สังคมทำเงิน Make Money Online

สังคมทำเงิน Make Money Online

สังคมแห่งการแบ่งปัน แบ่งปันรายได้ แบ่งปันความรู้ แบ่งปันสาระ

clock

ราคาทองคำวันนี้

Statistics

Post ทั้งหมด 1432 หัวข้อ in 641 subjects

สมาชิกทั้งหมด 398 คน

สมาชิกล่าสุดคือ dekinw

เข้าสู่ระบบ(Log in)

ลืม(forget) password

ราคาน้ำมัน

ดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน

music online

Ad

คนออนไลน์

website counter

map


ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง

Share

Admin
Admin

จำนวนข้อความ : 698
Join date : 06/06/2010

ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง

ตั้งหัวข้อ  Admin on Fri Jul 01, 2011 9:20 am

พันธุ์ที่แนะนำ
1. ไผ่บงหวาน ขายตลาดบนขายคนรุ่นใหม่ เพราะใช้แทนผักได้ ทำอาหารแทนยอดมะพร้าวได้ แทนหน่อไม้ฝรั่งและข้าวโพดฝักอ่อนได้ พันธุ์นี้อนาคตสดใสอีกไม่นานคอยดูจะเป็นไผ่ที่คนนิยม แต่คนที่ปลูกก่อนจะได้เปรียบเรื่องทำตลาดไว้ก่อน ใช้ไร่ละ 200 ต้น พันธุ์นี้ออกนอกฤดูง่ายที่สุด
2. ไผ่ตงกิมซุ่ง ใช้ไร่ละ 80 ต้น พันธุ์นำไปแกงเมืองแกงเปรอะ และดอง อร่อย ออกนอกฤดูง่าย

ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง
ประวัติและเป็นมา
เดิมทีเมื่อ ปีพ.ศ. 2544 ทางสวนตั้งใจปลูกพืชผักและผลไม้ไว้หลายชนิดเพื่อขายเป็นรายได้ให้กับทางสวน หนึ่งในชนิดพืชที่ปลูกคือไผ่บงหวานซึ่งซื้อสายพันธุ์มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ปลูกได้หนึ่งไร่สองงาน พอถึงตอนเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ปลูก ปรากฏว่าหน่อไผ่บงหวานที่ขุดไปทดลองขายในตลาดใกล้บ้านมีลูกค้าสนใจซื้อไปรับประทานจนไม่พอขาย ก็เลยไปหาซื้อพันธุ์มาปลูกเพิ่มอีกในปีพ.ศ. 2549 โดยครั้งนี้ได้ทราบข้อมูลจากลูกค้าบางคนว่าที่จังหวัดเลยก็มีสายพันธุ์ลักษณะเช่นนี้ จึงเดินทางไปที่จังหวัดเลย และได้ซื้อพันธุ์ไผ่บงหวานมาจากเขตอำเภอภูเรือมาส่วนหนึ่ง เมื่อนำมาปลูกแล้วก็ยังมีพื้นที่เหลือ จึงกลับไปหาซื้ออีกครั้ง แต่เที่ยวนี้ไปได้เมล็ดไผ่บงหวานที่กำลังตายขุยจากบ้านชาวบ้านในเขตอำเภอด่านซ้ายกลับมาเพาะที่สวน และนำลงไปปลูกจนเต็มพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่นอกจากนี้ยังมีญาติพี่น้องเริ่มปลูกตาม รวมมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 33 ไร่ ในสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งพบว่าต้นที่ปลูกจากเมล็ดมีหลายลักษณะ กระจายอยู่ พบต้นไผ่บงหวานที่มีลักษณะรสชาติขมประมาณ 0.5% ทางสวนได้ทำการขุดทิ้งทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบต้นที่มีลักษณะทั้งหน่อเล็กและหน่อใหญ่ปะปนกันอยู่ ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาในการคัดให้ได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะดีไว้ต่อไป
ลักษณะเด่นของไผ่บงหวานเพชรผึ้ง
หน่อที่เกิดจากต้นที่โตเต็มที่แล้วมีน้ำหนัก 500 กรัมขึ้นไป หน่อมีลักษณะอวบอ้วน ออกหน่อดกและออกได้เรื่อยๆทั้งปีถ้ามีระบบการจัดการน้ำที่ดี ลำต้นโตเต็มที่สูงประมาณ 7-10 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นประมาณ 2-3 นิ้ว หน่อไผ่มีรสชาติไม่ขม เมื่อชิมตอนดิบๆสดๆจะออกรสหวานนิดๆ นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น หน่อบงหวานผัดน้ำมันหอย, หน่อบงหวานผัดกุ้ง, หน่อบงหวานต้มจืดกระดูกหมู, ใส่แกงเผ็ด, ใส่แกงเขียวหวาน, ทำส้มตำหน่อบงหวาน, ใส่ร่วมกับผักสลัด, ผัดผักรวมมิตร, ต้มจิ้มน้ำพริก เมนูนี้เวลาต้มหน่อบงหวานเมื่อใกล้จะสุกจะได้กลิ่นหอมเหมือนข้าวโพดสวิทต้ม หรือจะนำไปแกงเปรอะเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆก็ได้ แต่มีเทคนิคอยู่ที่ต้องเตรียมตั้งเครื่องปรุงให้น้ำเดือดไปก่อนแล้วจึงค่อยใส่หน่อไผ่บงหวานทีหลัง ทิ้งให้น้ำเดือดต่อไปไม่เกิน 5-7 นาทีก็นำไปรับประทานได้เลยไม่ต้องต้มน้ำทิ้ง หรือต้มนานๆเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ จากข้อมูลที่ลูกค้านำไปรับประทานปรากฏว่าคนที่เป็นโรคข้อทานหน่อไผ่ไม่ได้ พอรับประทานหน่อไผ่บงหวานแล้วไม่ปวดข้อเหมือนรับประทานหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ นอกจากลูกค้าจะซื้อไปรับประทานเองแล้วยังเป็นของฝากที่ผู้รับพอใจและผู้ฝากภูมิใจ
ลักษณะด้อยของไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง
เนื่องจากเป็นไผ่ที่ออกหน่อดกจึงทำให้แขนงก็ออกดกไปด้วย จึงต้องหมั่นแต่งแขนงเดือนละครั้ง แต่ต้นไหนที่ตัดแขนงไปแล้วก็ไม่ต้องตัดซ้ำ นอกจากนี้ยังเป็นไผ่ที่มีใบมาก ทำให้ลำต้นโน้มเอียงในฤดูที่ลมแรง ต้องคอยนำเชือกมัดรอบลำต้นเพื่อไม่ให้โน้มเอนลง
การขยายพันธุ์
ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งขยายพันธุ์ด้วยการเพาะจากเมล็ดและขุดแยกเหง้า
การปลูก
ปลูกในระยะระหว่างต้น 2 เมตร ระยะระหว่างแถว 4 เมตร โดยขุดหลุมกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร
การให้น้ำ
ให้น้ำด้วยการขังให้ท่วมแปลงแล้วปล่อยให้แห้งภายใน หนึ่งวัน หรือให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ก็ได้ ซึ่งการให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ จะช่วยทำให้ได้ไนโตรเจนในอากาศเพิ่ม ทำให้ไผ่ออกหน่อดกมากขึ้น ช่วงนอกฤดู ควรให้น้ำ 3-4 วันต่อครั้ง ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน การให้น้ำควรดูตามสภาพอากาศ ถ้าฝนตกเรื่อยๆ ดินชื้นตลอดไม่ต้องให้น้ำ ถ้าฝนขาดช่วง สังเกตว่าดินแห้งก็ค่อยให้น้ำ
การให้ปุ๋ย
ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเช่น มูลวัว มูลควาย มูลไก่ มูลหมู และวัสดุที่เหลือจากภาคเกษตรกรรมเช่นฟางข้าว ซังข้าวโพด แกลบ ขี้เถ้า กากถั่วเหลือง เป็นต้น ใส่ที่โคนไผ่กอละ หนึ่งกระสอบปุ๋ย หรือประมาณ 30 กิโลกรัม ปีละ 2 ครั้ง ใส่ช่วงเดือนธันวาคมก่อนให้น้ำและใส่เดือน พฤษภาคม ส่วนทางสวนใช้ปุ๋ยหมักจากกากยาสูบ ที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานยาสูบและขี้เถ้าจากการเผากากอ้อยที่xxxบแล้ว ที่ทางโรงงานน้ำตาลใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาเตาต้มน้ำเพื่อทำอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายมาเป็นวัสดุใส่โคนไผ่ เพื่อช่วยในการอุ้มน้ำให้มีความชุ่มชื้น และช่วยทำให้ดินร่วนซุย สามารถแทงหน่อออกมาง่าย
การใช้ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ออกหน่อดกในช่วงนอกฤดู
ทางสวนใช้ไคโตซานผสมจิบเบอริลินฉีดพ่นที่ใบและราดรอบๆโคนทุกๆ 7-10 วัน
การดูแลจัดการ
ใน 1 ปีต้องตัดแต่งต้นเก่าแก่ออกปีละ 1 ครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยนำไปใช้ทำไม้ค้ำยันผลไม้และผักในสวน หรือจะนำไปใช้เผาถ่านไม้ไผ่ไว้ใช้ในครัวเรือน เหลือก็ขายมีรายได้เพิ่มอีกทาง ส่วนเศษใบเศษกิ่งไผ่ก็ทิ้งไว้ในแปลงปล่อยให้จุลินทรีย์ย่อยสลาย กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไผ่ต่อไป นอกจากตัดแต่งต้นเก่าออกปีละครั้งแล้ว ช่วงเวลาฤดูฝนเป็นช่วงที่ต้องปล่อยให้หน่อไผ่ที่แทงออกห่างกอขึ้นลำ โดยกอหนึ่งจะปล่อยให้ขึ้นลำประมาณ 8-12 ลำ เพื่อเป็นลำแม่ที่จะให้หน่อในฤดูถัดไป ลำที่ปล่อยขึ้นใหม่จะมีแขนงออกตามข้อ ต้องคอยตัดแขนงทิ้ง แขนงที่อ่อนสามารถนำไปรับประทานได้ ในช่วงนอกฤดู แขนงจะไม่ออกเพราะหน่อไผ่ที่ออกมาจะถูกขุดขายตลอด ยิ่งขุดยิ่งออกมาเรื่อยๆ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงนาทีทอง ของคนที่ฝากปากท้องไว้กับไผ่ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกคบกับไผ่พันธุ์ไหน ไผ่บงหวานจะเก็บผลผลิตได้ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ต่อวัน ช่วงนอกฤดูตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ทางสวนจะขายกิโลกรัมละ 50 บาท ช่วงในฤดูตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ทางสวนขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท รายได้เฉลี่ยของไผ่บงหวานอยู่ที่ 75,000 บาท ต่อไร่ต่อปี จากการที่ทางสวนได้เก็บข้อมูลไผ่บงหวาน เมื่อเปรียบเทียบกับไผ่สายพันธุ์อื่นๆ จะพบว่าไผ่บงหวานจะออกหน่อง่าย ออกได้เรื่อยๆทั้งปี ระยะเวลาที่หน่อโตพอที่จะขุดได้ใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ในช่วงนอกฤดูจะออกหน่อดก แต่ในช่วงฤดูฝนก็ต้องปล่อยให้ขึ้นลำไปบ้าง จึงเก็บผลผลิตได้น้อยกว่าในช่วงนอกฤดู ในช่วงฤดูฝนเมื่อหน่อไผ่ธรรมชาติออกมา ทางสวนก็ยังขายหน่อได้ แม้จะได้ราคาไม่สูงมากเหมือนในช่วงนอกฤดู แต่เมื่อเทียบกับการไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องน้ำเพราะส่วนมากจะอาศัยน้ำฝน ซึ่งก็ถือว่าพอใช้ได้ ถ้าเป็นไผ่สายพันธุ์อื่นๆจะมีปัญหาการขายในช่วงฤดูฝน
นอกจากไผ่บงหวานแล้ว ทางสวนยังได้ปลูกไผ่สายพันธุ์อื่นๆ อาทิ ไผ่ตงไต้หวัน ไผ่เปาะช่อแฮ ไผ่เลี้ยงสีทอง ไผ่ซางหวานเมืองน่าน ไผ่ตงต่างๆ ไผ่หก ไผ่ซางหม่น ไผ่หม่าจู เป็นต้น เพื่อปลูกไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบในการปลูกไผ่ว่าแต่ละสายพันธุ์สามารถนำมาใช้ปลูกในเชิงพาณิชย์ได้ดีแค่ไหน วิธีการบริหารจัดการแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งตอนนี้ทางสวนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดแพร่ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครูเกษตรกร เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้ที่สนใจการปลูกไผ่ เข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ เป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพได้อีกทางหนึ่ง




    เวลาขณะนี้ Wed Dec 07, 2016 9:20 pm