สังคมทำเงิน Make Money Online

สังคมทำเงิน Make Money Online

สังคมแห่งการแบ่งปัน แบ่งปันรายได้ แบ่งปันความรู้ แบ่งปันสาระ

clock

ราคาทองคำวันนี้

Statistics

Post ทั้งหมด 1432 หัวข้อ in 641 subjects

สมาชิกทั้งหมด 398 คน

สมาชิกล่าสุดคือ dekinw

เข้าสู่ระบบ(Log in)

ลืม(forget) password

ราคาน้ำมัน

ดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน

music online

Ad

คนออนไลน์

website counter

map


สวนไผ่พี่เปีย (สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง @ แพร่)

Share

Admin
Admin

จำนวนข้อความ : 698
Join date : 06/06/2010

สวนไผ่พี่เปีย (สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง @ แพร่)

ตั้งหัวข้อ  Admin on Tue Jun 28, 2011 10:10 am

สวนไผ่พี่เปีย (สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง @ แพร่)
posted May 27, 2011 8:50 PM by Nuttaporn Surapitthayanon [ updated May 28, 2011 7:20 PM ]
เรื่องราวการปลูกไผ่ และสวนไผ่ของพี่เปีย (สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง) ก็มีเรื่องราวน่าสนใจไม่น้อย ณัฐขออนุญาตก๊อปเนื้อหาที่สนใจมาไว้ตรงนี้ เพื่อเอาไว้หาอ่านง่ายๆ และเผื่อท่านอื่นๆ ที่จะเข้ามาศึกษาหาความรู้ด้วยนะคะ

ใครอยากอ่านกระทู้เต็มๆ แวะไปทางนี้ได้เลยค่ะ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=1081.0

สวนไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง
ตั้งอยู่ติดถนนสายเลียบคลองชลประทานเด่นชัย-แม่จั๊วะ-แพร่ เลขที่ 91 หมู่ 4 ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ 54110 โทรศัพท์ 087-838-7334 ,083-266-3096 โดยมีนายวรรณบดี รักษาและนางลำพึง รักษา เป็นเจ้าของสวน สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งปลูกสร้างขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปลูกไผ่บงหวานไว้เก็บหน่อขาย โดยที่เดิมทีทางครอบครัวตั้งใจปลูกพืชผักผลไม้ไว้หลายชนิด เพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัว หนึ่งในชนิดพืชที่ปลูกคือไผ่บงหวานพอถึงตอนเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ปลูก ปรากฏว่าหน่อไผ่บงหวานที่ขุดไปทดลองขายในตลาดใกล้บ้าน มีลูกค้าสนใจซื้อไปรับประทานเยอะจนไม่พอขายก็เลยปลูกเพิ่มโดยมีญาติพี่น้องเริ่มปลูกตามรวมพื้นที่ปลูกทั้งหมด ประมาณ 33 ไร่ สายพันธุ์ที่นำมาปลูกเป็นพันธุ์ที่เก็บจากเมล็ดนำมาเพาะเมื่อปี 2549 ลักษณะพันธุ์คือ เป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นโตเต็มที่สูงประมาณ 7-12 เมตร หน่อเมื่อเก็บจากต้นที่โตเต็มที่จะมีขนาด 4-5 หน่อต่อกิโลกรัม ไผ่บงหวานที่ปลูกมีลักษณะเด่นอยู่ที่หน่อไผ่มีรสชาติไม่ขม สามารถกัดชิมดิบๆแล้วไม่ขมติดลิ้นเหมือนไผ่พันธุ์อื่นๆ นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ ต้มจิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมันหอย ชุบแป้งทอด ต้มจืดกระดูกหมู หรือจะแกงเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ แต่มีเทคนิคอยู่ที่ ต้องเตรียมตั้งเครื่องปรุงให้น้ำเดือดไปก่อน แล้วค่อยใส่หน่อไผ่บงหวานทีหลัง ทิ้งให้น้ำเดือดต่อไม่เกิน 5 -7 นาที ก็นำไปรับประทานได้เลยไม่ต้องต้มน้ำทิ้ง หรือต้มนานๆเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ จากข้อมูลที่ลูกค้านำไปรับประทาน ปรากฏว่าคนที่เป็นโรคปวดข้อทานหน่อไผ่ไม่ได้ พอรับประทานหน่อไผ่บงหวานแล้วไม่ปวดข้อ ซึ่งนับว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ไผ่บงหวานขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและขุดแยกเหง้า โดยทั่วไปแล้วไผ่บงหวานชอบดินร่วนปนทราย แต่ถ้าหากไม่ใช่ดินร่วนปนทราย ก็สามารถปลูกได้โดยการปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุก่อน
การปลูกไผ่บงหวาน ปลูกในระยะ ระหว่างต้น 2 เมตร ระยะ ระหว่างแถว 4 เมตร โดยขุดหลุม กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร
การให้น้ำ ให้น้ำด้วยการขังให้ท่วมแปลงแล้วปล่อยให้แห้งภายใน หนึ่งวัน หรือให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ก็ได้ ซึ่งการให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ จะช่วยทำให้ได้ไนโตรเจนในอากาศเพิ่ม ทำให้ไผ่ออกหน่อดกมากขึ้น ช่วงนอกฤดู ควรให้น้ำ 3-4 วันต่อครั้ง ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน การให้น้ำควรดูตามสภาพอากาศ ถ้าฝนตกเรื่อยๆ ดินชื้นตลอดไม่ต้องให้น้ำ ถ้าฝนขาดช่วง สังเกตุว่าดินแห้งก็ค่อยให้น้ำ
การให้ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเช่น มูลวัว มูลควาย มูลไก่ มูลหมู และวัสดุที่เหลือจากภาคเกษตรกรรมเช่นฟางข้าว ซังข้าวโพด แกลบ ขี้เถ้า กากถั่วเหลือง เป็นต้น ใส่ที่โคนไผ่กอละ หนึ่งกระสอบปุ๋ย หรือประมาณ 30 กิโลกรัม ปีละ 2 ครั้ง ใส่ช่วงเดือนธันวาคมก่อนให้น้ำและใส่เดือน พฤษภาคม ส่วนทางสวนใช้ปุ๋ยหมักจากกากยาสูบ ที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานยาสูบและขี้เถ้าจากการเผากากอ้อยที่หีบแล้ว ที่ทางโรงงานน้ำตาลใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาเตาต้มน้ำเพื่อทำอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายมาเป็นวัสดุใส่โคนไผ่ เพื่อช่วยในการอุ้มน้ำให้มีความชุ่มชื้น และช่วยทำให้ดินร่วนซุย สามารถแทงหน่อออกมาง่าย
การดูแลจัดการ ใน 1 ปีต้องตัดแต่งต้นเก่าแก่ออกปีละ 1 ครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยนำไปใช้ทำไม้ค้ำยันผลไม้และผักในสวน หรือจะนำไปใช้เผาถ่านไม้ไผ่ไว้ใช้ในครัวเรือน เหลือก็ขายมีรายได้เพิ่มอีกทาง ส่วนเศษใบเศษกิ่งไผ่ก็ทิ้งไว้ในแปลงปล่อยให้จุลินทรีย์ย่อยสลาย กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไผ่ต่อไป นอกจากตัดแต่งต้นเก่าออกปีละครั้งแล้ว ช่วงเวลาฤดูฝนเป็นช่วงที่ต้องปล่อยให้หน่อไผ่ที่แทงออกห่างกอขึ้นลำ โดยกอหนึ่งจะปล่อยให้ขึ้นลำประมาณ 8-12 ลำ เพื่อเป็นลำแม่ที่จะให้หน่อในฤดูถัดไป ลำที่ปล่อยขึ้นใหม่จะมีแขนงออกตามข้อ ต้องคอยตัดแขนงทิ้ง แขนงที่อ่อนสามารถนำไปรับประทานได้ ในช่วงนอกฤดู แขนงจะไม่ออกเพราะหน่อไผ่ที่ออกมาจะถูกขุดขายตลอด ยิ่งขุดยิ่งออกมาเรื่อยๆ ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงนาทีทอง ของคนที่ฝากปากท้องไว้กับไผ่ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกคบกับไผ่พันธุ์ไหน ไผ่บงหวานจะเก็บผลผลิตได้ 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ต่อวัน ช่วงนอกฤดูตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ทางสวนจะขายกิโลกรัมละ 50 บาท ช่วงในฤดูตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ทางสวนขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท รายได้เฉลี่ยของไผ่บงหวานอยู่ที่ 75,000 บาท ต่อไร่ต่อปี จากการที่ทางสวนได้เก็บข้อมูลไผ่บงหวาน เมื่อเปรียบเทียบกับไผ่สายพันธุ์อื่นๆ จะพบว่าไผ่บงหวานจะออกหน่อง่าย ออกได้เรื่อยๆทั้งปี ระยะเวลาที่หน่อโตพอที่จะขุดได้ใช้เวลาเพียง 2-3 วัน ในช่วงนอกฤดูจะออกหน่อดก แต่ในช่วงฤดูฝนก็ต้องปล่อยให้ขึ้นลำไปบ้าง จึงเก็บผลผลิตได้น้อยกว่าในช่วงนอกฤดู ในช่วงฤดูฝนเมื่อหน่อไผ่ธรรมชาติออกมา ทางสวนก็ยังขายหน่อได้ แม้จะได้ราคาไม่สูงมากเหมือนในช่วงนอกฤดู แต่เมื่อเทียบกับการไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องน้ำเพราะส่วนมากจะอาศัยน้ำฝน ซึ่งก็ถือว่าพอใช้ได้ ถ้าเป็นไผ่สายพันธุ์อื่นๆจะมีปัญหาการขายในช่วงฤดูฝน
นอกจากไผ่บงหวานแล้ว ทางสวนยังได้ปลูกไผ่สายพันธุ์อื่นๆ อาทิ ไผ่ตงไต้หวัน ไผ่เปาะช่อแฮ ไผ่เลี้ยงสีทอง ไผ่ซางหวานเมืองน่าน ไผ่ตงต่างๆ ไผ่หก ไผ่ซางหม่น ไผ่หม่าจู เป็นต้น เพื่อปลูกไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบในการปลูกไผ่ว่าแต่ละสายพันธุ์สามารถนำมาใช้ปลูกในเชิงพาณิชย์ได้ดีแค่ไหน วิธีการบริหารจัดการแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งตอนนี้ทางสวนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดแพร่ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครูเกษตรกร เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร และผู้ที่สนใจการปลูกไผ่ เข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ เป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพได้อีกทางหนึ่ง
ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ไผ่บงหวานจะเริ่มออกหน่อดก ทางสวนจึงมีความคิดจะเผยแพร่ให้คนที่มีความสนใจเรื่องไผ่ มีโอกาสมาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการปลูกไผ่ จึงได้มีความคิดที่จะจัดงานสานเสวนา ซึ่งวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาและพัฒนาสายพันธุ์ไผ่ โดยเฉพาะไผ่ที่สามารถนำไปปลูกในเชิงพาณิชย์ ให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

ไผ่ที่ทำให้ออกนอกฤดูได้ไม่ใช่ทำได้ทุกสายพันธุ์ครับ ที่ทำได้คือ
1. ไผ่ตงลืมแล้งหรือกิมซุ่งหรือตงไต้หวันหรือเขียวเขาสมิง หรือทองสยาม หลายชื่อแต่เป็นไผ่ที่ให้หน่อสีเดียวกันดกเหมือนกัน ชิมดิบจะขมต้มแล้วน้ำเหลือง
2.ไผ่บงหวาน ชิมดิบหวาน ต้มน้ำขาว
3.ไผ่หวานเพชรล้านนา ชิมดิบหวาน ต้มแล้วน้ำขาว
4.ไผ่เปาะช่อแฮชิมดิบขม ต้มแล้วน้ำขาว ต้องทิ้งน้ำ
5.ไผ่เลี้ยงหวาน ชิมดิบขม ต้มแล้วน้ำเหลืองต้องทิ้งน้ำ
การทำหน่อนอกฤดู ไม่ใช่ว่าจะให้น้ำอย่างเดียวก็ออก ต้องทำการคลุมโคนกอไผ่ด้วยฟางหรือขี้เถ้าดำหรือเศษพืชที่หาได้ ให้ธาตุอาหารที่มีไนโตรเจนสูงระหว่างให้น้ำ ตัดแต่งต้นไม่ควรจะเกิน 5 ต้นต่อกอแล้วแต่สายพันธุ์ก่อนที่จะให้น้ำ ไถตัดราก 2-3 เดือนก่อนให้น้ำ สรุปให้น้ำตั้งแต่เดือนธันวาคม จะออกหน่อเดือนมกราคมเป็นต้นไปครับ ส่วนในฤดูฝน ให้ปล่อยลำบ้าง เก็บหน่อบ้าง

ให้ความสำคัญจากมากไปน้องดังนี้
-ความอร่อยแบบสากลของไผ่คือ ไผ่บงหวาน ไผ่หม่าจู ไผ่กิมซุ่ง ไผ่เปาะช่อแฮ
-ไผ่ที่ออกนอกฤดูง่ายคือ ไผ่เปาะ ไผ่บงหวาน ไผ่กิมซุ่ง ไผ่หม่าจู
-ไผ่ที่ดกคือ ไผ่กิมซุ่ง ไผ่เปาะ ไผ่หม่าจู ไผ่บงหวาน
-ราคาที่จำหน่ายและผลตอบแทนต่อไร่ ไผ่บงหวาน ไผ่เปาะ ไผ่กิมซุ่ง ไผ่หม่าจู

ไผ่หวานเพชรล้านนา

ไผ่หวานเพชรล้านนา ทางสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งได้นำสายพันธุ์มาจากทางชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
เป็นไผ่คาดว่าจะเป็นสกุลไผ่ซาง ไม่ทราบอายุว่าเกิดมาได้กี่ปีแล้ว ลำต้นสูงไม่เกิน 25 เมตร
เส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นประมาณ 3-4 นิ้ว ใบใหญ่ มีขนใต้ใบจับดูจะนุ่มมือ ไม้เนื้อบางมีรูกลวง
กิ่งแขนงข้างต้นมีน้อยเมื่อปลูกได้อายุสามปีไปแล้ว ให้หน่อสีเขียวมีขนสีดำปกคลุมหน่อ แต่ล้างขนออกง่าย
การออกหน่อดกมาก สวนไผ่หวานตั้งใจจะขยายพันธุ์ให้ได้มากๆปลูกเพื่อจำหน่ายหน่อสัก 4 ไร่
จะออกหน่อจำหน่ายได้ก่อนเกษตรกรท่านอื่นๆก่อน เพราะได้สายพันธุ์มาก่อน

หน่อไผ่หวานเพชรล้านนา กำเนิดอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทยจึงตั้งชื่อว่าไผ่หวานเพชรล้านนา เป็นหน่อไม้ที่รสชาติอร่อยพอๆกับ
ไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง สามารถที่จะปลูกเป็นเชิงอุตสาหกรรมผลิตหน่อส่งเข้าตลาดสดได้ดี หน่อใหญ่กว่าไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งมีรสชาติไม่ขื่น
แม้กัดชิมดิบๆ ชิมแล้วคล้ายชิมยอดมะพร้าว หรือมันแกวลาว นำไปประกอบอาหารที่ต้องการความหวานได้เช่นผักน้ำมันหอย ผัดใส่กุ้ง
ต้มจืด แกงเขียวหวาน จิ้มน้ำพริก และอื่นๆร่วมกับผักต่างๆได้ดี จะให้รสชาติต่างกับไผ่ศรีปราจีน หม่าจู กิมซุ่ง ไผ่หก
เหมาะกับขึ้นร้านอาหารหรือภัตราคาร เพราะไม่ต้องต้มน้ำทิ้ง ปรุงอาหารได้ทันทีที่หั่นเสร็จ
การผลิตหน่อสดถ้าทำมากส่งห้างสรรพสินค้าได้ ไม่ต้องกลัวขื่นทีหลังแม้ถูกอากาศ


ที่สวนนอกจากปลูกพืชหลายๆอย่างแล้วก็ชอบปลูกไผ่หวานที่ทานดิบได้ นอกจากไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งแล้วก็มีไผ่หวานเพชรล้านนาที่หวานหอม ทานดิบก็หวาน เนื้อจะนิ่มนุ่มกว่าบงหวานเพชรน้ำผึ้ง หน่อขนาด 1 กก.ต่อหน่อ ความที่ใหญ่กว่าบงหวานทำให้สามารถนำไปแกะสลักได้ก่อนนำไปทำอาหาร




หน่อของไผ่หวานเพชรล้านนา มีหลายขนาด ต้นหนึ่งออกหน่อดก ขนาดหน่อมีน้ำหนักตั้งแต่ 500 กรัมขึ้นไปถึง 2 กิโลกรัม
สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง ทั้งแกง ทั้งต้มจืด ผักน้ำมันหอย ร่วมกับผักสลัด หมูกะทะ เป็นต้น
หน่อสามารถทำตลาดได้หลายระดับ ทั้งตลาดล่างและตลาดบน รวมทั้งขึ้นห้างหรือห้องอาหารได้
ลำต้นโตเต็มที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 นิ้ว สูง ประมาณ 15 เมตรขึ้นไป ใบใหญ่เขียวเข้ม
หน่อมีขนสีดำเกาะ เมื่อล้างน้ำออกแล้วเปลือกหน่อจะมีสีเขียว ซึ่งขนสีดำจะล้างออกง่ายใช้มือลูบกับน้ำก็หลุดออกโดยง่าย



ไผ่บงหวานออกหน่อดก กิ่งแขนงก็รกเร็วมาก จะต้องมีการจัดการโดยตัดแต่งกิ่งทุกๆ 60 วัน ถ้าไม่ตัดแต่งกิ่งจะรกมากแล้วจะทำทีหลังลำบาก จะทำให้ท้อ สาเหตุที่เกษตรกรปลูกไผ่บงหวานไม่สำเร็จเพราะตรงนี้ แต่ทางสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งใช้เน้นจุดนี้ ทำ 20 กว่าไร่สำเร็จโดยค่อยๆเพิ่มพื้นที่ไปเรื่อยๆ หลักพี่เลี้ยงน้องและมั่นใจว่าเกษตรกรท่านอื่นก็ต้องทำได้



ไผ่บงหวานที่สวนปลูกใหม่ ใช้ซากพืชที่หาได้ในพื้นที่มาใส่โคนต้นเพื่อป้องกันหญ้าและรักษาความชื้น กำลังแทงหน่อขึ้นมาใหม่



ระหว่างที่ไผ่บงหวานยังเล็กๆอยู่ ทางสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งจะปลูกพืชแซมเพื่อไว้กินแจกเหลือจึงขายไปพลางๆก่อนใน รูปเป็นแตงไทยและฟักทอง คุณลำพึงและลูกสาวคนโตกำลังช่วยกันเลือกลูกที่สุกก่อน



นอกรั้วเป็นนาของเพื่อนบ้าน ทางสวนนำที่นามาทำเป็นสวนไผ่โดยยกร่องพอประมาณ ปลูกเสร็จก็เดินระบบน้ำเรียนร้อย แล้งมาก็ไม่กลัว 555
ที่นาเป็นดินทรายละเอียดทางเหนือเรียกดินขี้เป็ดเวลาเปียกจะเละ เวลาแห้งแข็งมากๆปลูกอะไรก็ไม่งามนอกจากข้าว ผมลองนำมาปลูกไผ่ดูว่าจะไปรอดไหมเนี๊ย



ระหว่างที่ปลูกไผ่บงหวานทางสวนดูแลต่อเนื่อง ผ่านไป 6-7 เดือนเริ่มตัดต้นเล็กทิ้งและตัดแต่งกิ่งที่ใกล็ๆโคนทื้งไปเพื่อมองหาหน่อที่จะเก็บง่าย นั่นแนะเตรียมเก็บหน่อแล้วละซิ
ก่อนทำการเก็บหน่อในเดือนที่ 8 ต้องใส่ขี้วัวหนึ่งกระสอบต่อกอไผ่ 1 กอ ถ้ามีขี้เถ้าแกลบก็คลุมด้วยขี้เถ้าแกลบด้วยยิ่งดี ต่อจากนั้นเมื่อหน่อออกมาก็ตัดไปให้ชิม แจก เบื่อแจกก็เริ่มขาย
ในรูปเป็นแปลงที่ลูกสาวเก็งแตงไทยเนื้อที่ 3 ไร่เก็บผลผลิตได้แล้วในเวลา 8 เดือนต้นยังไม่สูงเลยครับ



หากเราไม่เก็บหน่อ ก็ขุดขยายพันธุ์ได้หนึ่งกอจะได้ประมาณ 10 ต้นต่อกอหนึ่งนำไปปลูกแล้วรดน้ำทันทีติดหมดครับ ไผ่บงหวานตอนไม่ได้ ชำก็ไม่ติด ต้นหนึ่งขยายได้ต้นเดียวไม่เหมือนไผ่กิมซุ่ง หนึ่งต้นขยายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ต้น การขยายพันธุ์ไผ่กิมซุ่งต้นหนึ่งมีรายได้ 2,000-4,000บาท แต่ไผ่บงหวานต้นหนึ่งขยายพันธุ์ได้ 50-200 บาทต่างกันลิบเลย ยังไงไผ่บงหวานอย่าต่อเลย



เมื่อแยกแล้วทางสวนก็นำไผ่บงหวานมาตั้งทิ้งไว้ในที่ร่มรอการนำไปปลูก ระวังอย่าให้รากแห้งครับ



ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งหากขุดมาหลายวันกว่าจะปลูกทางสวนก็จำเอาขี้เถ้าแกลบกลบรากไปก่อน เพื่อไม่ให้รากแห้งเพราะจะตายได้



มื่อเตรียมที่พร้อมแล้วก็ทำการปลูกลงดินใช้ระยะปลูก 2 เมตรคูณ 4 เมตรสำหรับไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งที่ไม่มีหมายเลข ที่สวนไม่ตัดยอดสั้นเพราะย้ายปลูกใกล้ๆ จะได้สู้หญ้าได้ดี และจะใช้พันธุ์ 2-3 ต้นต่อหนึ่งหลุมเพราะต้นพันธุ์ขยายเองไม่ได้ไปซื้อ แต่ก็เสียเวลาปลูกต้นพันธุ์




ปลูกเสร็จก็รดน้ำทันที ติดหมดทุกต้นครับ



ถ้าไม่ขุดขยายพันธุ์ปล่อยให้โตไปก็เก็บหน่อไปเรื่อยๆ ในรูปอายุปีครึ่ง หญ้าเริ่มไม่ค่อยมี ในแปลงใช้รถไถได้ ส่วนระหว่างต้นการกำจัดหญ้าก็ใช้เครี่องตัดหญ้าครับ
ถ้าต้นใหญ่อย่างนี้แล้วการให้ปุ๋ย หนึ่งกอใช้มูลวัว ไก หมู กอละ 1-2 กระสอบ ลงทุนไม่มาก แต่ขายหน่อได้กอละ 5 กก. กิโลกรัมละ 50 บาท ที่สวนใช้น้ำหมักร่วมด้วยโดยรดที่โคนต้น
อย่าลืมคอยตัดแต่งกิ่งต่อเนื่องทุกๆ 1-2 เดือนต่อหนึ่งครั้ง




ตัดแต่งกิ่งแล้วก็ดูหล่ออยู่



การให้น้ำที่สวนให้น้ำหมุนแบบน้ำน้อย หนึ่งหัวให้ได้ 4 ต้น ให้ทุกๆ 10 วันในฤดูหนาวและ 5 วันในฤดูร้อนในการทำหน่อนอกฤดูตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม แต่ในฤดูฝนตามบุญตามกรรมเพราะฝนตก



การไว้ลำต่อกอ ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งเป็นไผขนาดเล็กการไว้ลำควรไว้กอละ 5-8 ลำจึงจะดี เป็นไม้ใหม่ที่เกิดในปีฤดูฝนนี้ และตัดสางไม้เก่าปีที่แล้วทิ้งในเดือนพฤศจิกายนให้หมดเพราะให้หน่อไม่ดก



การแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เก็บหน่อ และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ขุดเหง้าขยาย ถ้าดูแลต่อเนื่องอย่างดี ใช้เวลา 5 เดือนก็เริ่มขุดได้ ถ้ามีหน่อที่อ่อนอยู่ก็ให้ติดไปกับต้นแก่ที่มีรากแล้ว และต้นที่แก่เกินไปอายุ 3 ปีไม่สามารถขุดเหง้าขยายพันธุ์ได้เพราะตาหน่อหมดแล้ว การขุดเหง้าขยายพันธุ์ใช้ต้นที่อายุ 1-2 ปี
การผ่าเหง้าทำได้แต่ต้องให้ต้นไผ่สะสมอาหารเต็มที่ก่อนขุด ก็คือขุดช่วงเดื่อนมกราคม-กุมภาพันธุ์ครับ

รูปหน่อบงหวานเพชรน้ำผึ้ง วิธีการต้มอย่างไรให้อร่อย
1.หลังจากขุดหน่อมาแล้ว นำมาล้างดินออกแล้วตัดแต่งให้ใส่หม้อได้ไม่ต้องเอาเปลือกออก
2.นำใส่หม้อแล้วเติมน้ำให้พอดี นำขึ้นตั้งไฟให้น้ำเดือด
3.หลังจากน้ำเดือดแล้วรอจนให้มีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นข้าวโพดหวานต้ม ก็ยกหม้อลง
4.ตักขึ้นใส่ภาชนะ จะเห็นได้ว่าหน่อยังคงขาวเหมือนเดิม ซึ่งหน่อบงหวานต่างจากหน่ออื่นๆที่ต้มแล้วมีสีเหลือง



น้ำที่ต้มหน่อบงหวานเพชรน้ำผึ้งจะยังคงใสอยู่ สีที่เห็นจะเป็นสีของเปลือกซึ่งเปลือกหน่อบงหวานจะมีสีเขียวอมม่วง
ต่างจากหน่อชนิดอื่นน้ำที่ต้มจะมีสีเหลืองและต้องต้มน้ำทิ้งหลายๆน้ำ กรณีที่ต้มเพื่อเก็บไว้กินหลายๆวัน ให้น้ำบรรจุถุงพลาสติดทนร้อนบรรจุขณะร้อนๆแล้วมัดถุงทันที ทิ้งไว้ให้เย็นก่อนแล้วนำเก็บใส่ตู้เย็น เก็บไว้ได้หลายๆวัน แต่ถ้าต้องการเก็บไว้กินหลายๆเดือนก็นำถุงที่บรรจุหน่อแล้วไปนึ่งอีก 15 นาทีจับเวลาหลังจากไอน้ำพุ่งสมำเสมอ วิธีนี้ไม่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น


เมื่อเตรียมดินเสร็จแล้วทั้งไถทั้งปรับดิน ก็ใช้รถไถยกร่อง ทำแปลงกว้าง 7.5 เมตร ร่องกว้าง 0.5 เมตร
จากนั้นก็เตรียมหลุมปลูกโดยขุดหลุมกว้าง 30*30 เซนติเมตร ลึก 25 เซนติเมตร เพื่อปลูกไผ่บงหวานเบอร์ 3
ทำการปลูกริมร่อง โดยเตรียมหลุกให้ห่างจากขอบร่องน้ำ 1 เมตร ระยะระหว่างต้น 2 เมตร แปลงหนึ่งปลูกได้สองแถว


เมื่อเตรียมหลุมเสร็จ ถ้าหาขี้เถ้าดำ หรือขี้เถ้าแกลบ ขี้เถ้าที่เผาถ่าน รองก้นหลุมและคลุกดินก่อนกลบหลุม
โดยนำไปวางข้างๆหลุม จากประสพการณ์ที่ปลูกรุ่นก่อนพบว่าไผ่จะโตดีมาก เพราะช่วเก็บรักษาความชื้นได้ดี



ขี้เถ้าส่วนหนึ่งนำรองก้นหลุม


ถ้ามีปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดก็รองก้นหลุมก่อนปลูกไผ่ สัก 1 กำมือ ถ้าไม่มีก็ใช้ขี้วัวเก่าได้
อย่าใช้ปุ๋ยใหม่หรือปุ๋ยเคมีเพราะจะเค็มทำให้รากไผ่ที่ยังอ่อนแออยู่เน่าตายได้




นำถุงไผ่บงหวานเบอร์3 ที่เตรียมไว้กรีดถุงด้วยใบมีดคัตเตอร์ ถ้าใช้มือฉีกจะช้าและช้ำได้
ก่อนปลูกต้องมีน้ำ เตรียมเรื่องน้ำด้วย ถ้าน้ำยังไม่พร้อมอย่าปลูกเด็ดขาด เพราะจะทำให้ตายได้ โลกมันร้อนมาก




นำต้นไผ่บงหวานแกะถุงออกแล้วนำลุงหลุมที่เตรียมไว้


ระวังอย่าให้ดินที่รากเกาะแตกออก จะได้ต้นไม่โทรมเร็วก่อนที่จะทันรดน้ำ ครับ

ไม่ต้องนำเท้าไปช่วยเหยียบให้แน่นนะครับ


นำดินที่ข้างหลุม คลุกกับขี้เถ้าที่เตรียมไว้กลบหลุม การกลบในฤดูแล้งทำให้ขอบสูง เวลารดน้ำน้ำจะขังบ้าง
เพื่อให้ต้นไผ่ได้กินน้ำดีขึ้น เวลารดน้ำน้ำก็ไม่ไหลหนี แต่หน้าฝนปลูกให้เสมอดินเดิมครับ


ไผ่กิมซุ่ง ควรจะไว้ 3 ต้นต่อกอถึงจะให้หน่อดก ต้นที่ตัดทิ้งนำไปขยายพันธุ์ต่อได้ครับ ไผ่ตัวนี้เป็นไผ่ที่ทำเป็นการค้าจะคุ้ม ให้ผลตอบแทนไว ถ้าเข้าตลาดสดในท้องถิ่นไม่หมด สามารถแปรรูปได้ครับ



ไผ่ตงลืมแล้ง (หรือกิมซุง) 8 ไร่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้สบาย แต่ต้องมีการจัดการที่ดีและทำให้ออกนอกฤดูบ้างจะทำให้ได้ราคาแพงช่วงหนึ่ง แต่ในฤดูหน่อดกต้นทุนต่ำถ้าหน่อมากก็ทำหน่อไม้ดองได้ ไม้ก็ขายทำนั่งร้านหรือเผาถ่านเพราะเป็นไม้เนื้อตัน
ส่วนผลผลิตต่อไร่ประมาณ 3-5 ตันต่อไร่ต่อปีครับ รายได้อยู่ที่ราคาของหน่อในแต่ละพื้นที่

ต้องใส่ปุ๋ยมูลไก่ หรือมูลวัว ต้นละ 10 กก.โดยใส่รอบๆทรงพุ่ม ใส่เดือน ธันวาคม และเดือนมิถุนายน ส่วนการใส่ปุ๋เคมีใช้สูตร 25--7--7 ใส่กอละ 100 กรัม ใส่เดือนละ 1 ครั้งตอนระหว่างเก็บหน่อ ให้โรยบนปุ๋ยคอกที่ใส่ ถ้าไม่ได้เก็บหน่อใส่แต่ปุ๋ยคอกก็พอครับ ก่อนใส่ปุ๋ยควรตัดสางลำเก่าทิ้งให้เหลือลำใหม่ 3 ลำต่อกอครับ

ไผ่บงยักษ์เส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่8-12 นิ้ว ก่อนใช้ให้แช่น้ำสัก 15 วันเพื่อให้เน่าก่อน พวกแป้งที่ยังค้างอยู่ในต้นไผ่จะได้เน่า
มอดก็จะไม่กินเนื้อไม้ไผ่ หรือใช้สารเคมีทาไม้ไผ่ อยู่ที่จะเลือกครับ






การเพาะเมล็ดไผ่
เมื่อได้เมล็ดมาให้เลือกเอาแต่เมล็ดที่เต่ง เพาะทันที โรยเป็นแถวแล้วกลบดินเล็กน้อย รดน้ำให้ชุ่ม ทุกๆ 3 วัน ไม่นานเกิน 20 วันก็จะงอก รอจนมีใบประมาณ 5-7 ใบสามารถย้ายลงถุงดำได้

ไผ่มีเมล็ดทุกพันธุ์ครับ แต่พอหมดอายุแล้วจะออกดอกเพื่อสืบพันธุ์ต่อ แล้วก็ตาย ในรูปเป็นไผ่บงหวานที่ออกดอก ติดเมล็ดแล้ว ต้นนี้ปล่อยให้งอกใต้ต้นโดยคอยให้ความชื้นใต้ต้นอย่างสม่ำเสมอ




ข้อดีของการปลูกไผ่ด้วยเมล็ด
-มีโอกาสที่จะได้สายพันธุ์ใหม่ๆที่ดีกว่าต้นแม่ ทำให้มีการพัฒนาพันธุ์ เช่นผมพบไผ่บงหวานพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง พันธุ์เจ้าเรืองแพร่ พันธุ์เพชรเมืองแพร่
-มีอายุยืนยาวได้ไปอีกนาน และรู้ปีที่เกิด ทำให้การลงทุนไม่เสี่ยงต่อการที่ไผ่ออกดอกแล้วตาย
ข้อด้อยของการปลูกไผ่ด้วยเมล็ด
-โตช้าให้ผลผลิตช้ามาก ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีจึงจะให้หน่อ
-การพัฒนาพันธุ์ยิ่งช้ากว่ามาก และอาจจะพบต้นที่ด้อยกว่าต้นแม่ ถ้าพบต้นดีก็ทำการขยายใช้เวลา 5 ปี จากหนึ่งต้นเป็นหลายๆต้น
-ไม่มีความสมำเสมอ เพาะเมล็ดละหนึ่งต้น มีหลายต้นก็หลายเมล็ด ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ

ไผ่บงหวานระยะปลูก 2*4 เมตร ใช้พันธุ์ไร่ละ 200 ต้น ส่วนไผ่กิมซุ่งระยะปลูก 3*6 เมตร ใช้ต้นพันธุ์ไร่ละ 80 ต้น
ไผ่บงหวานและไผ่กิมซุ่งหลังจากปลูกแล้วดูแลต่อเนื่อง จะให้หน่อ 8 เดือนเป็นต้นไป
ใช้ใบไผ่หรือฟางคลุมได้ครับ เวลาที่เก็บหน่อได้ก็เท่าๆกัน แต่แกลบเผาหน่อจะสีสวยกว่า

หน่อไม้ถ้ามีลำแม่สองลำขึ้นไปแล้ว ถ้ามีหน่อก็ต้องตัดตลอด ถ้าไว้ลำเร็วไปจะหยุดหน่อครับ ตัดทาน ตัดแจก

ถ้าปลูกผ่านไปได้ 2-3 เดือนเริ่มใส่ปุ๋ยได้ แต่ยังไม่ต้องใส่มาก ใส่ปุ๋ยทุกๆ 30 วัน
1.ปุ๋ยคอกเก่าคือปุ๋ยคอกที่เราซื้อมาแล้วทิ้งไว้โดยให้ตากแดดตากฝนสัก 3 เดือน จะเกิดการย่อยสลายทำให้ไม่เค็มจนรากพืชเหี่ยวแห้ง ส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านขายจะใหม่ปนเก่าครับ
2.ใช้คลุกรองก้นหลุมได้ครับแต่ควรใช้สัก 1-2 ขัน ไม่ถึงครึ่งกระสอบ จะทำให้รากไผ่เน่าได้ เพราะรากไผ่ยังไม่มากและไม่แข็งแรง ให้ดีควรหาขี้เถ้าต่างๆมาผสมดินหรือแกลบผุจะดีกว่าครับ

ปลูกไผ่ถ้ามีน้ำให้ตอนเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ไผ่อะไรถ้าออกในเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมก็ขายได้หมด ควรปลูกไผ่ทั้งสองชนด เช่นกิมซุ่งสัก 7 ไร่ ไผ่บงหวานสัก 3 ไร่ ทั้งสองพันธุ์ออกนอกฤดูได้ดีครับ

เวลาริดกิ่งไผ่ จะใช้มีดฟันลงพอประมาณแต่ยังไม่ให้ขาดออก แล้วใช้มีดพร้าฟันขึ้นไม่นานก็ขาดจากกัน ทำให้ไม่มีแผลที่ผิวไม้ไผ่ ไผ่กิมซุ่งขะฟันยากหน่อย แต่ไผ่บงหวานฟันง่าย

การคลุมด้วยแกลบดำรอบๆโคนต้นดีครับ และการให้น้ำควรดูว่าดินแห้งหรือเปล่า ถ้าให้บ่อยรากจะเน่าได้ เพราะย้ายปลูกใหม่ยังไม่แข็งแรง อาจจะให้ 2-3 วันครั้ง และค่อยๆห่างออกไปเป็น 4-5 วันครั้งครับ

เริ่มปลูกวันที่ 5 ธ.ค. ผ่านไปสักอาทิตย์ เริ่มสดชื้นขึ้นอาครับ พอมีเวลาว่างหาขี้เถ้าแกลบมาคลุม
ทำให้รักษาความชื้น จะทำให้หน่อแรกออกเร็ว


ไปเยี่ยมแปลงเกษตรกรที่ซื้อต้นไผ่บงหวานจากสวนไปปลูก เดินสายพีอี แต่ไม่ค่อยให้น้ำ ต้นเริ่มใบเหลือง
และใบร่วง ลักษณะแบบนี้คือการขาดน้ำ ต้องให้น้ำทุกๆ 3-5 วันหรือสังเกตุดูต้นหรือดินอย่าให้แห้งนานเกินไป
จะทำให้ออกหน่อช้า แปลงของเกษตรกรปลูกไปร่วมสองเดือนยังไม่ออกหน่อแรกเลยครับ ผมไปเยี่ยมและแนะนำให้แล้ว
เลยถ่ายภาพมาให้ดูกัน


หญ้าก็รก มาก แย่งทั้งน้ำทั้งปุ๋ย อย่างนี้ ไม่ต่ำกว่าสองปี ถึงจะได้หน่อหรืออาจจะยังไม่ได้หน่อพอที่จะเก็บได้
ถ้ายังไม่แก้ไขครับ ไผ่ปลูกไม่ยากแต่ขอให้ใส่ใจ และตั้งใจทำ


ถ้าปลูกไผ่บงหวานไปได้ซักระยะหนึ่งประมาณ เดือนครึ่ง ก็จะมีหญ้าขึ้นรกมาก ก็ต้องกำจัด โดยดึงออก
แล้วให้น้ำอย่าให้แห้งนานเกินไป ใส่ปุ๋ย 15 วันครั้ง ทางสวนใช้ขี้เถ้าจากชานอ้อยเผา ไผ่ก็งามดี

ปลูกได้เดือนครึ่งก็เริ่มเห็นหน่อโผล่ออกมา ลำแรกใหญ่พอๆกับท่อพีวีซี 4 หุนหรือเท่าๆกับปากกาเคมี
และจะมีหน่อออกมาเดือนละ 2-3 หน่อตลอดถ้าหากเราดูแลต่อเนื่องครับ

หน่อกำลังแทงออกมา หน่อแรกครับ


ไผ่บงหวานที่ชำในถุง ส่วนใหญ่รอดเสีย 40 ส่วนจาก 100 ส่วน กองใหญ่ทีเดียว
เป็นการขุดเหง้าติดรากมาชำก่อนเพื่อให้แข็งแรง ทำยากเหมือนกัน




    เวลาขณะนี้ Thu Dec 08, 2016 6:55 pm