สังคมทำเงิน Make Money Online

สังคมทำเงิน Make Money Online

สังคมแห่งการแบ่งปัน แบ่งปันรายได้ แบ่งปันความรู้ แบ่งปันสาระ

clock

ราคาทองคำวันนี้

Statistics

Post ทั้งหมด 1432 หัวข้อ in 641 subjects

สมาชิกทั้งหมด 398 คน

สมาชิกล่าสุดคือ dekinw

เข้าสู่ระบบ(Log in)

ลืม(forget) password

ราคาน้ำมัน

ดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน

music online

Ad

คนออนไลน์

website counter

map


กิมซุ่ง... ไผ่พันธุ์ใหม่ให้หน่อได้ทั้งปี

Share

Admin
Admin

จำนวนข้อความ : 698
Join date : 06/06/2010

กิมซุ่ง... ไผ่พันธุ์ใหม่ให้หน่อได้ทั้งปี

ตั้งหัวข้อ  Admin on Tue Jun 28, 2011 9:35 am

เรื่อง : “กรกัญญา อักษรเนียม”

ภาพ : อทิพัฒน์ บุญเพิ่มราศรี

ข้อมูล : คุณโชติกรณ์ แผ่นผา และคุณพรชัย ทิมทอง

สถานที่ : สวนเกษตรทิพยสมบัติ 99 หมู่ 1 บ้านแก่งประลอม ต. ไทรโยค อ. ไทรโยค จ. กาญจนบุรี

โทร. 08-9812-8196, 08-9922-5674, 0-2652-9292 ต่อ 513

ขอขอบคุณ : ผศ.ดร.รวี เสรฐภักดี ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ. นครปฐม

ข่าวคราว “หน่อไม้ปี๊บ” ทำพิษชาวบ้าน จ. น่าน กว่า 200 คน ต้องเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน ด้วยฤทธิ์ของโบทูลิซึม (botulism) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum ตั้งแต่นั้นมาทำให้ผู้บริโภคหน่อไม้ดอง หรือ หน่อไม้ปี๊บขยาดไปตาม ๆ กัน แต่อย่างไรก็ตามหน่อไม้ก็ยังเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย โดยผู้บริโภคบางส่วนหันมาบริโภคหน่อไม้สดมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ที่ผลิตหน่อไม้ขาย เคหการเกษตรฉบับนี้จึงนำเรื่อง ไผ่พันธุ์ใหม่ ให้หน่อดก อย่างพันธุ์ “กิมซุ่ง” มาบอกเล่าให้ทุกท่านทราบ

ต้นกำเนิดไผ่พันธุ์กิมซุ่งในไทยคือ สวนเกษตรทิพยสมบัติ ซึ่งเป็นสวนเกษตรเชิงอนุรักษ์ ในเครือพิกุลทองล่ำซำ โดยมี คุณไพโรจน์ และคุณสวนิต ลาภประเสริฐพร เป็นประธานและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สวนแห่งนี้ปลูกพืชหลายชนิด เช่น ขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ ไผ่กิมซุ่ง ไผ่ตง กล้วยน้ำว้า มะพร้าวน้ำหอม ฯลฯ มีคุณโชติกรณ์ แผ่นผา และคุณพรชัย ทิมทอง กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการสวนดูแล สวนแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ทางสวนจึงวางแผนปลูกพืชเพื่อให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งปี นอกจากปลูกเองในสวนแล้วยังส่งเสริมให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงปลูก รับซื้อผลผลิตกลับไปขายที่แผงจำหน่าย ผลไม้ของสวนที่ตลาดสี่มุมเมือง

คุณพรชัย เล่าว่า เดิมสวนเกษตรทิพยสมบัติ ปลูกไผ่ไว้หลายชนิดตั้งแต่เริ่มปรับพื้นที่ทำสวนเมื่อประมาณ 8 ปีที่ผ่านมา จุดประสงค์แรกต้องการนำไม้ไผ่มาใช้ประโยชน์ในสวน บ้างไว้ใช้เป็นแนวกันลม ใช้เป็นไม้ค้ำไม้ผลอย่างขนุน มีบ้างที่ขายหน่อแต่เน้นเอาหน่อในช่วงนอกฤดู เพราะเป็นที่รู้กันว่าเมืองกาญจน์มีป่าไผ่ที่ชาวบ้านออกไปเก็บหน่อไม้ในช่วงหน้าฝนมาก ดังนั้น ส่วนนี้จึงไม่เอาหน่อช่วงหน้าฝน เพราะนอกจากมีปัญหาราคาถูก 2-3 บาทต่อ กก. แล้วในหน้าฝนคนงานไม่ประจำของสวนก็จะออกตามล่าหาหน่อไม้ป่า หน่อไม้จากสวนนี้จึงมีขายในช่วงหน้าแล้ง ราคา 25-30 บาท/กก. เป็นหลัก

จุดเด่นไผ่กิมซุ่งเผยออกมาจากการถูกทิ้งขว้าง

คุณโชติกรณ์ บอกว่า ไผ่ “กิ่งซุ่ง” เป็นพันธุ์ที่ผู้เคารพนับถือท่านประธานฯ นำมาฝากจากเมืองจีน ท่านได้นำมาให้ทดลองปลูกในสวน หลังจากสังเกตและศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์การให้ผลผลิต พบว่าเป็นไผ่ที่มีคุณลักษณะดีพันธุ์หนึ่ง สวนจึงขยายพันธุ์ไผ่กิงซุ่ง บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ จนกระทั่งปัจจุบันได้ปลูกไว้ถึง 5,000 กอซึ่งก็ได้ผลอย่างดีเยี่ยม นับว่าเป็นไผ่ที่น่าสนใจอีกพันธุ์หนึ่งใครที่มีโอกาสได้พบเห็นจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นไผ่ที่ควรลงทุนปลูกและมีไว้ในสวน

“เมื่อได้พันธุ์มา ผมก็ได้ปลูกไว้แต่ไม่ได้ดูแลเป็นพิเศษเพราะเรามีต้นไม้รวมทั้งงานในส่วนอื่นที่ต้องดูแลอีกมาก แต่ผลจากการไม่ดูแลรดน้ำให้ปุ๋ยมันอย่างจริงจัง ทำให้เห็นจุดเด่นของไผ่พันธุ์นี้ปรากฏขึ้นมา เนื่องจากมันสามารถเจริญเติบโตได้ดี แถมยังให้หน่อดก แม้ช่วงหน้าแล้งก็ยังมีหน่อให้เห็น จึงปรึกษากับผู้ใหญ่ทุกท่านมีความเห็นตรงกันว่าไผ่พันธุ์นี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว โดยปกติในช่วงเดือนตุลาคมไผ่ทั่ว ๆ ไปไม่มีหน่อให้เห็นแล้ว แต่ไผ่พันธุ์นี้แม้ดินแห้งแตกระแหงหน่อก็ยังสามารถทะลุทะลวงผ่านความแห้งนั้นได้กอละหลายหน่อ ต่อมาเมื่อเห็นศักยภาพของไผ่นี้จึงติดตั้งระบบน้ำ ให้น้ำ ให้ปุ๋ยอย่างจริงจังเพื่อเสริมให้ไผ่แตกหน่อได้ดีขึ้น นอกจากนั้นผมได้นำไผ่พันธุ์นี้ไปทดลองปลูกที่ จ. อยุธยา ซึ่งเป็นดินเหนียวพบว่าเจริญเติบโตดี สามารถให้หน่อได้ดีเช่นเดียวกัน” คุณพรชัยกล่าว

ผศ.ดร.รวี เสรฐภักดี ให้ข้อมูลว่า “ต้นไผ่ต้องการธาตุไนโตรเจนเพื่อสร้างหน่อและเลี้ยงลำไผ่ปริมาณสูง จึงควรให้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ให้มาก ร่วมกับปุ๋ยเคมีที่มีสัดส่วนประมาณ 3-1-2 เช่น ปุ๋ยสูตร 22-7-12 เดือนละครั้ง อีกทั้งต้องใช้สูตรที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูง เนื่องจากการวิเคราะห์หน่อไม้พบว่า มีปริมาณธาตุโพแทสเซียมสูง นั่นแสดงว่าปริมาณโพแทสเซียมในดินถูกหน่อไม้ดูดไปใช้มาก จึงต้องใส่ธาตุชนิดนี้กลับคืนสู่ดินให้มากด้วย อีกทั้งการปลูกไผ่ที่ตั้งเป้าเพื่อผลิตหน่อขายหน้าแล้งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ปุ๋ยและน้ำอย่างเพียงพอ เพราะไม่ว่าพันธุ์จะดีเพียงใดหากปล่อยให้มันช่วยตัวเองก็ยากที่จะให้ผลอย่างเต็มที่ ปลูกไผ่พันธุ์เบาเพื่อเอาหน่อหน้าแล้งก็เช่นเดียวกันต้องให้น้ำในหน้าแล้งด้วย หน่อจึงจะได้คุณภาพเต็มที่ อย่างไรก็ตามไผ่กิมซุ่ง ต้องการแสงแดดค่อนข้างมาก ในช่วงที่ท้องฟ้าปิดต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ต้นอาจจะชะงักการเจริญเติบโตเนื่องจากต้นสังเคราะห์แสงได้น้อยลง...”

ปลูกง่าย โตเร็ว พันธุ์เบา ให้หน่อดก

นี่เป็นข้อดีของพันธุ์นี้ เพราะหลังจากปลูกได้อายุ 7 เดือน เริ่มให้หน่อที่มีขนาดสม่ำเสมอ เฉลี่ย 1.7-3 กก./หน่อ ยิ่งออกหน่อง่าย โอกาสที่จะปลูกเพื่อเอาหน่อนอกฤดูกาลก็ง่าย ซึ่งมีลักษณะดีเยี่ยม เนื่องจากมีเปลือกบาง ไม่มีขน ไม่มีหนาม จึงไม่เกิดอาการระคายเคืองผิวหนังขณะทำงาน รวมทั้งไม่ต้องเสียเวลาขัดขน ทำงานสะดวก ประหยัดเวลา ทำให้ลดแรงงานในการเตรียมหน่อก่อนนำมาขาย ซึ่งประเด็นนี้สำคัญเพราะทุกวันนี้เกิดปัญหาแรงงานมากขึ้นทุกที อีกทั้งเป็นพันธุ์ที่ได้เนื้อหน่อมาก ได้น้ำหนักหน่อดี เพราะปริมาณเปลือกที่ต้องแกะทิ้งไม่มาก

การใช้ประโยชน์จากไผ่พันธุ์นี้ก็ไม่น้อยหน้าพันธุ์อื่น หากจะพัฒนาให้หน่อไม้พันธุ์กิมซุ่งใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมก็ทำได้เนื่องจากลำไม้มีลักษณะค่อนข้างตัน ได้เนื้อไม้มากจึงใช้งานได้ดี อย่างที่สวนเกษตรทิพยสมบัติก็นำไปใช้ในการค้ำยันต้นขนุน ทำเพดานบ้านพัก แนวโน้มการใช้เพื่อทำอุตสาหกรรมต่อเนื่องมีค่อนข้างสูง เช่น ทำเฟอร์นิเจอร์ ตะเกียบ หรือถ่านไม้ เป็นต้น

ชาวสวนท่านใดสนใจจะปลูก “ไผ่กิมซุ่ง” สามารถไปดูกันได้ที่สวนหรือจะชมในงานเกษตรกำแพงแสน จ. นครปฐม ระหว่าง วันที่ 3-10 ธันวาคม 2549 ก็ได้

ที่มา : วารสารเคหการเกษตร ปีที่ 30 ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 หน้า 165-168

    เวลาขณะนี้ Wed Dec 07, 2016 9:25 pm